ความขยันเป็นสิ่งที่ดี แต่จะดีกว่าถ้าใช้ Leverage ในยุค AI

Leverage คือการใช้แรงน้อยแต่ได้ผลมาก เหมือนคานงัดที่ช่วยให้ยกของหนักได้ด้วยแรงคนเดียว ในธุรกิจ Leverage หมายถึงการทำให้งานหนึ่งชิ้นทำงานต่อได้หลายครั้งโดยไม่ต้องใช้เวลาของเราเพิ่ม ผ่านระบบ คน เงิน คอนเทนต์ และตอนนี้ก็มี AI ที่รับงานซ้ำแทนทีมเพิ่มเข้ามา ประโยคที่ผมใช้สรุปเรื่องนี้คือ "ความขยันเป็นสิ่งที่ดี แต่จะดีกว่าถ้าคุณรู้จักใช้ Leverage ในยุค AI" ครับ
Leverage คืออะไร อธิบายแบบง่ายๆ
ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ ถ้าคุณพยายามยกก้อนหินหนักร้อยกิโลด้วยมือเปล่า ต่อให้ขยันแค่ไหนก็ยกไม่ขึ้น แต่ถ้ามีไม้ยาวสักท่อนกับจุดหมุนดีๆ คุณยกมันได้ด้วยแรงที่น้อยลงมาก
ในธุรกิจก็เหมือนกัน เจ้าของที่ตอบแชทเองทุกข้อความ ไปพบลูกค้าเองทุกราย ทำคอนเทนต์เองทุกโพสต์ จะมีเพดานเสมอ เพราะคนหนึ่งคนมีแค่วันละ 24 ชั่วโมง ส่วนเจ้าของที่ทำคลิปหนึ่งคลิปให้คนดูได้เป็นหมื่นคน เขียนวิธีทำงานให้ทีมทำตามได้ หรือมีระบบที่ตามลูกค้าให้ทั้งคืน กำลังใช้ Leverage อยู่
คำถามที่ผมชอบให้เจ้าของธุรกิจถามตัวเองคือ งานที่คุณทำวันนี้ พรุ่งนี้มันยังทำงานให้คุณต่อไหม ถ้าคำตอบคือหมดไปพร้อมกับวันนั้น งานชิ้นนั้นยังไม่มี Leverage ครับ
ทำไมผมเปลี่ยนมาพูดประโยคนี้
ในหนังสือเล่มแรกของผม "สูตรลับจับเงินกลางอากาศ" ผมเขียนบทเรียนไว้ประโยคหนึ่งว่า "ขยันผิดที่ สิบปีก็ไม่รวย"
ประโยคนั้นมาจากช่วงที่ผมพยายามทุกทาง ลงคอร์ส อ่านหนังสือ เข้าสัมมนา ลองทำโปรเจกต์สารพัด ไม่มีอะไรเป็นโล้เป็นพายสักอย่าง จนหมดไฟ แต่ก็หยุดไม่ได้ จุดเปลี่ยนคือตอนที่ผมลองยิงโฆษณาบน Facebook กับ Powerbank ที่นำเข้ามาจากจีน แล้วมีคนทักเข้ามาซื้อจริง วันนั้นผมเริ่มเข้าใจว่าความขยันต้องอยู่ถูกที่
แต่พอธุรกิจโตขึ้น ผมก็เจอกำแพงอีกแบบ ผมตอบแชทเองแทบทุกข้อความ สอนแอดมินจนเก่ง แล้วแอดมินก็ลาออก ต้องเริ่มสอนใหม่ วนแบบนี้หลายรอบ ผมเป็นคน introvert อยู่แล้ว ทำแบบนี้นานเข้าก็หมดไฟ จนได้มาเจอวิธี Auto Webinar จากอาจารย์ฝรั่งอย่าง Russell Brunson และ Peng Joon ที่ให้วิดีโอหนึ่งตัวอธิบายและขายแทนเราได้ทุกวัน
ตรงนั้นผมเห็นว่าความขยันของคนคนเดียวมีเพดาน และสิ่งที่พาผมข้ามเพดานได้คือระบบที่ทำงานต่อแม้ผมไม่อยู่ วันนี้ AI ทำให้ระบบแบบนั้นสร้างได้ง่ายและเร็วกว่าเดิมมาก ผมเลยสรุปใหม่เป็น "ความขยันเป็นสิ่งที่ดี แต่จะดีกว่าถ้าคุณรู้จักใช้ Leverage ในยุค AI"
ผมยังเคารพความขยันนะครับ ผู้ประกอบการไทยที่ผมเจอในห้องอบรมของ สสว. และ DEPA ขยันกันมาก ผมแค่อยากให้ความขยันนั้นถูกใช้กับงานที่ทำงานต่อให้เราได้
Leverage มีกี่แบบ
ถ้าแบ่งแบบง่ายๆ Leverage ในธุรกิจมีประมาณ 6 แบบ ลองดูว่าธุรกิจของคุณใช้อยู่กี่แบบ
| แบบ | ตัวอย่างในธุรกิจ | ยุค AI เปลี่ยนอะไร |
|---|---|---|
| เวลาของคนอื่น | จ้างทีม มอบงานให้คนที่ทำได้ | ทีมเล็กลงแต่ทำงานได้มากขึ้น เพราะมีผู้ช่วย AI |
| เงิน | ลงโฆษณา ลงทุนในระบบ | ทดสอบข้อความโฆษณาได้หลายแบบด้วยงบเท่าเดิม |
| ระบบ | วิธีทำงาน (SOP) funnel ขั้นตอนตามลูกค้า | ระบบตามลูกค้าทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน |
| สื่อและคอนเทนต์ | คลิป บทความ วิดีโอขาย ที่คนดูได้ซ้ำ | ร่างคอนเทนต์ได้เร็วขึ้นหลายเท่า |
| AI และซอฟต์แวร์ | AI ร่างคำตอบ ร่างข้อเสนอ สรุปข้อมูล | งานซ้ำหลายตำแหน่งมี AI ช่วยรับไป |
| เครือข่าย | พาร์ตเนอร์ ตัวแทน นักขายแบบแบ่งกำไร | ฝึกและดูแลเครือข่ายได้ทีละมากๆ |
ในหนังสือผมเขียนไว้ว่าเวลาสำคัญกว่าเงิน ให้ใช้ระบบ ใช้เงิน และใช้เวลาคนอื่นทำงาน ยุค AI แค่เพิ่มอีกหนึ่งแรงเข้ามาในคานงัดอันเดิม
ทำงานน้อยลง ได้มากขึ้น เป็นไปได้จริงไหม
ผมขอพูดตรงๆ ครับ ช่วงแรกคุณจะทำงานหนักขึ้นก่อน เพราะต้องเขียนวิธีทำงาน ตั้งระบบ ฝึกทีม และทดสอบว่ามันใช้ได้จริง เหมือนเข็นก้อนหินขึ้นเขา ช่วงตีนเขาหนักที่สุด
ผมไม่สัญญาว่าเดือนหน้าคุณจะทำงานน้อยลงครึ่งหนึ่ง ผลขึ้นกับธุรกิจ ทีม และการลงมือของแต่ละคน แต่สิ่งที่ผมเห็นซ้ำคือ เมื่อระบบเริ่มเดิน เวลาที่เจ้าของได้คืนมามักถูกเอาไปใช้กับงานที่มีแต่เจ้าของทำได้ เช่น คุยกับลูกค้ารายใหญ่ หาโอกาสใหม่ หรือคิดเรื่องปีหน้า งานพวกนี้คือส่วนที่ทำให้ธุรกิจโตจริง
ในหนังสือผมยกตัวอย่างหมอไว้ หมอเก่งและรายได้ดี แต่ถ้ารายได้ทั้งหมดมาจากการขายเวลาของตัวเองเป็นชั่วโมง วันที่หมอหยุด รายได้ก็หยุดด้วย หลักเดียวกันใช้กับเจ้าของธุรกิจทุกคนที่ยังเป็นคนขายเก่งที่สุดในบริษัทตัวเอง
ในยุค AI งานแบบไหนควรให้ AI รับไป
งานที่เหมาะกับ AI มักมีลักษณะร่วมกัน คือทำซ้ำบ่อย มีรูปแบบชัด และคนตรวจได้ง่ายก่อนส่งออกไป ในงานขายและการตลาด ตัวอย่างที่ใช้ได้จริงมีประมาณนี้
- ร่างคอนเทนต์และข้อความโฆษณาจากข้อมูลสินค้า
- ร่างคำตอบแชทให้แอดมินตรวจแล้วกดส่ง
- ตามลูกค้าที่ยังไม่ซื้อทางอีเมลและ LINE ตามลำดับที่วางไว้
- ร่างใบเสนอราคาหรือข้อเสนอจากบันทึกการคุย
- ช่วยทีมขายเตรียมตัวก่อนคุยกับลูกค้า และทบทวนหลังคุย
ในธุรกิจของผมเองก็ใช้แบบนี้ทุกวัน ทั้งระบบผลิตคอนเทนต์ AI Sales Coach ที่ช่วยทีมขาย และระบบรับสมัครกับระบบนัดคุยที่ทำงานเองตลอด ส่วนงานที่ยังต้องเป็นคน คือการตัดสินใจว่าจะขายอะไร ให้ใคร ราคาเท่าไหร่ และเรื่องไหนจะไม่ทำ
ถ้าอยากเห็นว่าในองค์กรขนาด SME ตำแหน่งไหนมี AI ช่วยได้บ้าง ผมแยกไว้ใน ติดตั้งทีม AI ในองค์กร SME และสำหรับผู้บริหารที่อยากมีผู้ช่วยที่คิดและเขียนแบบตัวเอง อ่านต่อได้ที่ Digital Twin CEO
ผมอธิบายระบบที่ผมใช้ในธุรกิจตัวเองแบบเปิดให้ดูทั้งหมดไว้ใน วิดีโอแกะสูตรธุรกิจยุค AI ลงชื่อแล้วเข้าดูได้ทันทีบนหน้าเว็บครับ
เริ่มใช้ Leverage ทีละขั้น
ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งบริษัทในวันเดียวครับ ลองเริ่มแบบนี้
- จดงานทุกอย่างที่คุณทำใน 1 สัปดาห์ แบบละเอียด รวมงานเล็กๆ อย่างตอบแชทหรือส่งรายงาน
- วงงานที่ทำซ้ำทุกสัปดาห์ และงานที่คนอื่นหรือระบบทำแทนได้ถ้ามีวิธีทำเขียนไว้
- เลือกงานที่กินเวลามากที่สุดมา 1 งาน แล้วเขียนวิธีทำเป็นขั้นตอน
- ให้คนในทีมหรือ AI ทำตามขั้นตอนนั้น คุณเป็นคนตรวจ ปรับจนผลออกมาใช้ได้
- จดเวลาที่ได้คืนมา แล้วเอาเวลานั้นไปทำงานที่มีแต่คุณทำได้
- ทำซ้ำกับงานถัดไปทุกเดือน
ทำครบหกเดือน คุณจะมีวิธีทำงานที่เขียนไว้แล้วหกเรื่อง ซึ่งเป็น Leverage ที่อยู่กับบริษัทต่อแม้คนจะเปลี่ยน
ธุรกิจของคุณใช้ Leverage ไปแล้วแค่ไหน
ถ้าอยากรู้ว่าธุรกิจของคุณยังขาด Leverage ตรงไหน ลองไล่เช็ก 6 ขั้นของระบบขายใน ตรวจสุขภาพระบบขายของธุรกิจ ทำเองได้ใน 15 นาที และถ้าอยากเห็นภาพใหญ่ว่าธุรกิจไทยเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลกันยังไง ผมสรุปบทเรียนไว้ใน Digital Transformation SME บทเรียนจากผู้ประกอบการกว่า 10,000 คน
ดูระบบที่ผมใช้จริงก่อน
ถ้าคุณอยากเห็นว่า Leverage ในยุค AI หน้าตาเป็นยังไงในธุรกิจจริง ลองเข้าไปดูวิดีโอแกะสูตรธุรกิจยุค AI ก่อนครับ ดูจบแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเริ่มเองหรืออยากให้ทีมช่วย
สำหรับองค์กรที่อยากให้ทีมเข้าไปวางระบบให้ ดูบริการทั้งหมดได้ที่ ConsultingThai และกด "นัดหมายพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญ" ได้จากหน้านั้น ทีมจะโทรหาคุณตามเวลาที่เลือก
คำถามที่พบบ่อย
Leverage คืออะไร
Leverage คือการใช้แรงน้อยแต่ได้ผลมาก ในธุรกิจหมายถึงการทำให้งานหนึ่งชิ้นทำงานต่อได้หลายครั้งโดยไม่ต้องใช้เวลาของเจ้าของเพิ่ม ผ่านระบบ คน เงิน คอนเทนต์ เครือข่าย และ AI
Leverage ในยุค AI ต่างจากเดิมยังไง
หลักคิดยังเหมือนเดิม คือใช้ระบบ ใช้เงิน และใช้เวลาคนอื่นทำงาน สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ AI ที่รับงานซ้ำได้หลายตำแหน่ง ทำให้ทีมเล็กทำงานได้มากขึ้นและสร้างระบบได้เร็วขึ้น
ใช้ Leverage แล้วจะทำงานน้อยลงทันทีไหม
ช่วงแรกมักทำงานหนักขึ้นก่อน เพราะต้องเขียนวิธีทำงาน ตั้งระบบ และฝึกทีม ผลลัพธ์ของแต่ละธุรกิจต่างกัน ขึ้นกับทีมและการลงมือทำ
ธุรกิจเล็กใช้ Leverage ได้ไหม
ได้ครับ เริ่มจากงานที่ทำซ้ำทุกสัปดาห์ 1 งาน เขียนวิธีทำ แล้วให้คนในทีมหรือ AI ทำตาม ธุรกิจเล็กมักเห็นผลเร็วเพราะเจ้าของทำทุกอย่างเองอยู่แล้ว
วิดีโอแกะสูตรธุรกิจยุค AI คืออะไร
เป็นวิดีโอฟรีที่ผมเปิดระบบที่ใช้ในธุรกิจตัวเองให้ดู ลงชื่อแล้วเข้าดูได้ทันทีบนหน้าเว็บ kantawee.com ไม่ต้องรออีเมล


