Sales Automation คืออะไร ระบบขายอัตโนมัติตั้งแต่ลีดถึงปิดการขาย

ปกบทความ Sales Automation คืออะไร ระบบขายอัตโนมัติตั้งแต่ลีดถึงปิดการขาย โดยตั้ม กันตวีร์ ConsultingThai

Sales Automation คือระบบขายอัตโนมัติที่พาลีด (คนที่สนใจสินค้าหรือบริการ) เดินจากจุดแรกที่ทักหรือกรอกฟอร์ม ไปจนถึงการนัดคุยกับทีมขายและการปิดการขาย โดยให้ระบบรับงานซ้ำ เช่น เก็บข้อมูล ส่งข้อความติดตาม และเตือนทีม ส่วนคนขายเก็บเวลาไว้คุยกับลีดที่พร้อมซื้อแล้ว ผลที่เจ้าของธุรกิจเห็นชัดที่สุดคือ ลีดที่จ่ายเงินซื้อมาไม่หลุดระหว่างทาง และมีรายงานให้ดูทุกสัปดาห์ว่าลีด 100 คนกลายเป็นลูกค้ากี่คน

บทนี้ผมจะแยกให้ดูว่าระบบขายอัตโนมัติมีกี่ส่วน ลีดหนึ่งคนเดินผ่านระบบยังไง และส่วนไหนที่ไม่ควร automate

Sales Automation ต่างจากการซื้อ CRM มาใช้ยังไง

หลายบริษัทคิดว่าซื้อ CRM (ระบบเก็บข้อมูลลูกค้า) มาแล้วจะได้ระบบขายอัตโนมัติไปด้วย พอใช้จริง CRM กลายเป็นสมุดจดชื่อแบบแพงๆ ทีมขายต้องกรอกเอง ตามเอง และส่วนใหญ่ก็เลิกกรอกในเดือนที่สอง

CRM เป็นแค่ชิ้นหนึ่งครับ Sales Automation คือการต่อทุกชิ้นให้เป็นเส้นทางเดียว ลีดเข้ามาจากแอด เพจ หรือ LINE แล้วไหลเข้าที่เดียวโดยไม่ต้องมีใครคัดลอก ระบบรู้ว่าลีดอยู่ขั้นไหน ควรได้รับข้อความอะไรต่อ และเมื่อไหร่ควรส่งต่อให้คน

ผมชอบเปรียบกับ IKEA ครับ ห้างทั่วไปปล่อยให้คนเดินสุ่ม เดินไปเจออะไรก็ซื้อตามนั้น IKEA วางลูกศรบนพื้นให้คนเดินตามเส้นทางที่ออกแบบไว้ ผ่านทุกโซนก่อนถึงแคชเชียร์ ระบบขายอัตโนมัติก็คือการวางลูกศรให้ลีดเดิน แทนการหวังว่าลีดจะหาทางไปซื้อเอง

ระบบขายอัตโนมัติมี 6 ส่วน

ทีมเราวางระบบขายเป็นหกส่วนนี้ บางธุรกิจทำครบทั้งเส้น บางธุรกิจเลือกเฉพาะขั้นที่ยังขาด

1. เก็บลีด (Capture)

ฟอร์ม แบบประเมิน หรือใบสมัครที่คัดกรองตั้งแต่ต้น ลีดจากทุกช่องทางเข้ามาที่เดียว ถ้าขายของราคาสูง ใบสมัครที่ถามคำถามสั้นๆ ก่อนนัดจะช่วยแยกคนที่พร้อมออกจากคนที่แค่สำรวจ

2. CRM เดียวทั้งทีม

ข้อมูลลีด แหล่งที่มา และสถานะอยู่ในที่เดียว ทีมเห็นตรงกันว่าใครอยู่ขั้นไหน ไม่มีปัญหาเซลส์สองคนโทรหาลีดคนเดียวกัน

3. AI ช่วยติดตาม (AI follow-up)

AI ช่วยตอบคำถามแรก ส่งอีเมลและข้อความติดตามตามลำดับ และเตือนทีมเมื่อมีลีดที่พร้อมคุย จากที่ผมทำธุรกิจออนไลน์มา คนส่วนใหญ่ไม่ซื้อทันทีในครั้งแรก หลายคนซื้อหลังจากได้รับการติดตามหลายครั้ง ส่วนนี้จึงเป็นตัวเก็บยอดที่หลายบริษัททิ้งไว้บนโต๊ะ

4. นัดคุยอัตโนมัติ (Booking)

ลีดที่ผ่านเกณฑ์เลือกเวลาคุยเองได้ และข้อมูลจากใบสมัครถึงมือคนขายก่อนวันนัด คนขายเข้าคอลโดยรู้แล้วว่าลีดคนนี้ต้องการอะไร

5. เทรนทีมขายด้วย AI (AI Sales Coach)

ให้คะแนนการคุยของทีมขายด้วยเกณฑ์เดียวกันทุกสัปดาห์ เช่น ถามหา pain (ปัญหาที่ลูกค้ากังวล) ได้ไหม รับมือคำคัดค้านยังไง ปิดได้ไหม แล้วฝึกเฉพาะจุดที่คะแนนต่ำที่สุด

6. รายงานรายสัปดาห์ (Reporting)

ลีดใหม่ อัตราลูกค้ามาตามนัด อัตราปิดการขาย และต้นทุนได้ลูกค้าหนึ่งราย ผู้บริหารเปิดดูได้เองทุกสัปดาห์โดยไม่ต้องรอใครทำสไลด์

ตัวอย่างเส้นทางลีดหนึ่งคน

ลองตามลีดสมมติชื่อคุณเอ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของบริษัทหนึ่ง ที่เห็นแอดบริการของคุณ

  1. คุณเอกดแอด เข้าหน้าบริการ แล้วกรอกแบบประเมินสั้นๆ 5 ข้อ
  2. ข้อมูลเข้า CRM ทันที พร้อมแท็กว่ามาจากแอดชิ้นไหน และคำตอบบอกว่างบพร้อม
  3. คุณเอได้อีเมลสรุปผลประเมิน และ LINE ยืนยันว่าได้รับข้อมูลแล้ว
  4. ระบบเสนอให้คุณเอเลือกเวลาคุย 30 นาที แต่คุณเอยังไม่เลือก
  5. สองวันถัดมา คุณเอได้อีเมลเล่ากรณีตัวอย่างที่ใกล้กับธุรกิจตัวเอง
  6. คุณเอกลับมาเลือกเวลาคุย ระบบส่งข้อมูลจากแบบประเมินให้เซลส์ก่อนวันนัด
  7. เซลส์คุย ปิดการขาย และคอลนั้นถูกให้คะแนนโดย AI Sales Coach เพื่อใช้ฝึกต่อ
  8. ทุกขั้นถูกนับในรายงานรายสัปดาห์

ทั้งเส้นทางนี้ มีคนเข้ามาแค่ขั้นที่ 7 ครับ ที่เหลือระบบทำ เซลส์คนเดียวจึงดูแลลีดได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเร่งตัวเองจนหมดแรง

ส่วนไหนควร automate ส่วนไหนยังต้องใช้คน

งานให้ระบบทำให้คนทำ
เก็บข้อมูลลีดเข้า CRM✓
ตอบคำถามแรกที่ซ้ำๆAI ร่างคนตรวจก่อนส่ง
ส่งข้อความติดตามตามลำดับ✓ (ทีมอนุมัติข้อความทั้งชุดก่อน)
คัดลีดตามคำตอบในใบสมัคร✓คนดูเกณฑ์และปรับ
คุยปิดการขายสินค้าราคาสูง✓
รับมือลูกค้าที่ไม่พอใจ✓
ทำรายงานรายสัปดาห์✓ผู้บริหารอ่านและตัดสินใจ

หลักง่ายๆ ที่ผมใช้คือ งานที่ต้องทำเหมือนเดิมทุกครั้งให้ระบบทำ งานที่ต้องอ่านคนและตัดสินใจให้คนทำ AI ช่วยเตรียมและให้คะแนนได้ แต่การคุยปิดสินค้าราคาสูงยังเป็นงานของคน

เลือก funnel ให้เข้ากับราคาสินค้า

ระบบขายอัตโนมัติของแต่ละธุรกิจหน้าตาไม่เหมือนกัน ขึ้นกับว่าลูกค้าต้องใช้เวลาตัดสินใจแค่ไหน ผมแบ่งคร่าวๆ แบบนี้

ระดับการตัดสินใจตัวอย่างราคาปิดการขายยังไง
ตัดสินใจเร็วหลักสิบถึงเกือบพันบาทขายและปิดจบผ่านหน้าเว็บหรือแชทได้เลย
กลางๆราคากลางๆให้ข้อมูลเพิ่มด้วยวิดีโอหรือเว็บบินาร์ก่อนซื้อ
ตัดสินใจนานราคาสูง หรือ B2Bคัดกรองมากขึ้น แล้วปิดด้วยการโทรคุยหรือนัดพบ

ธุรกิจ B2B และสินค้าราคาสูงมักอยู่แถวล่าง ระบบจึงต้องหนักเรื่องคัดกรอง การนัดคุย และการฝึกทีมขาย ส่วนสินค้าราคาต่ำต้องหนักเรื่องหน้าขายและการติดตามคนที่ทิ้งตะกร้า

สัญญาณว่าธุรกิจพร้อมทำ Sales Automation

  • มีลีดเข้ามาสม่ำเสมอ และมีทีมขายหรือแอดมินตอบลูกค้าอยู่แล้ว
  • ขายสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าต้องคุยก่อนซื้อ เช่น B2B หรือสินค้าราคาสูง
  • ลีดกระจายอยู่หลายที่ และไม่มีใครตอบได้ว่าลีดหลุดตรงไหน
  • ผู้บริหารอยากเห็นตัวเลขการขายจริงทุกสัปดาห์

ถ้ายังไม่มีลีดเข้ามาเลย ระบบขายอัตโนมัติยังช่วยได้ไม่มาก ควรเริ่มจากหาตลาดและช่องทางก่อน ส่วนถ้าอยากให้ AI ปิดการขายแทนคนทั้งหมด ผมขอพูดตรงๆ ว่ายังไม่ใช่สิ่งที่ผมแนะนำ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าระบบขายตอนนี้รั่วตรงไหน ลองใช้แบบตรวจในบท ตรวจสุขภาพระบบขายของธุรกิจ ทำเองได้ใน 15 นาที ก่อน จะเห็นว่าควรเริ่มจากส่วนไหน

ระบบแบบเดียวกับที่ทีมเราใช้เอง

ใบสมัครและหน้าเลือกเวลาคุยบนเว็บ consultingthai.com ทีมสร้างเองโดยไม่ใช้เครื่องมือนัดหมายภายนอก ถ้าคุณนัดคุยกับเรา คุณจะได้ลองระบบแบบนี้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ตอบคำถามสั้นๆ เลือกเวลา ไปจนถึงได้ข้อความยืนยันทาง LINE

ฝั่งการติดตาม ผมเป็นผู้ก่อตั้งชุมชน DIY ECOM ที่มีรายชื่ออีเมลกว่า 100,000 รายชื่อ และผู้ติดตาม LINE OA กว่า 30,000 คน คนที่สมัครเข้ามาจะได้รับอีเมลตามลำดับที่วางไว้ล่วงหน้า ผมเล่าวิธีเขียนอีเมลอัตโนมัติชุดนั้นไว้ในบท Email Marketing Automation สำหรับธุรกิจไทย ยังได้ผลไหมในยุค LINE

ส่วนงาน consult และ training ฝั่งองค์กร ทีมเราทำให้พฤกษา เรียลเอสเตท และพฤกษา โฮลดิ้ง บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และผมเป็นที่ปรึกษาและผู้ฝึกอบรมให้ สสว. และ DEPA พาผู้ประกอบการ SME กว่า 10,000 คนทั่วประเทศปรับธุรกิจ

ทีม ConsultingThai วางระบบให้ยังไง

Sales Automation สำหรับองค์กร เป็นงานที่ทีม ConsultingThai วางระบบให้ (Done-for-you) ตั้งแต่เก็บลีด ส่งเข้า CRM ให้ AI ช่วยตอบและติดตาม นัดคุยกับทีมขาย ไปจนถึงรายงานที่ผู้บริหารเปิดดูได้ทุกสัปดาห์ ขั้นตอนทำงานเป็นแบบนี้

  1. กรอกข้อมูลและเลือกเวลาคุย ใบสมัครใช้เวลาประมาณ 3 นาที
  2. ทีมไล่ดูเส้นทางลีดปัจจุบัน ลีดมาจากไหน ใครเป็นคนตาม หลุดตรงขั้นไหน
  3. ทีมเสนอขอบเขตงาน ขั้นที่ต้องวาง เครื่องมือที่ใช้ ระยะเวลา และราคาตามขอบเขต
  4. วางระบบ ทดสอบกับลีดจริง สอนทีมใช้งาน แล้วเริ่มดูรายงานรายสัปดาห์

CRM ที่ใช้อยู่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเสมอไป ทีมจะดูระบบเดิมก่อน แล้วเสนอว่าควรต่อยอดของเดิมหรือย้ายไประบบใหม่

ถ้าอยากให้ AI รับงานฝั่งการตลาดด้วย เช่น คอนเทนต์และการร่างข้อเสนอ ดูภาพรวมได้ในบทหลัก ติดตั้งทีม AI ในองค์กร SME ใช้ AI ทำงานแทนตำแหน่งไหนได้บ้าง

คุยกับทีมเรื่องระบบขายของคุณ

ถ้าธุรกิจคุณมีลีดเข้ามาแล้วแต่รู้สึกว่าหลุดระหว่างทาง นัดคุยกับทีมได้ครับ ตอบคำถามสั้นๆ แล้วเลือกเวลา Discovery Call 30 นาที ทีมจะโทรหาตามนัด ไล่ดูเส้นทางลีดที่ใช้อยู่ก่อนเสนออะไรใหม่ ถ้ายังไม่ถึงเวลาวางระบบ ทีมจะบอกตรงๆ

ดูรายละเอียดและกดปุ่ม "นัดหมายพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญ" ได้ที่หน้า Sales Automation

คำถามที่พบบ่อย

Sales Automation เหมาะกับธุรกิจขนาดไหน

เหมาะกับธุรกิจที่มีลีดเข้ามาสม่ำเสมอ และมีทีมขายหรือแอดมินตอบลูกค้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะสินค้าที่ลูกค้าต้องคุยก่อนซื้อ เช่น B2B หรือสินค้าราคาสูง

ต้องเปลี่ยน CRM ที่ใช้อยู่ไหม

ไม่จำเป็นเสมอไปครับ ดูระบบที่ใช้อยู่ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะต่อยอดของเดิมหรือย้ายไประบบใหม่

AI จะคุยกับลูกค้าแทนทีมขายเลยไหม

AI ช่วยตอบคำถามแรก ติดตาม และคัดลีด ส่วนการคุยปิดการขายสินค้าราคาสูงยังเป็นงานของคน ระบบช่วยให้คนขายมีเวลาคุยกับลีดที่พร้อมซื้อมากขึ้น

ระบบขายอัตโนมัติใช้เวลาวางนานแค่ไหน

ขึ้นกับขอบเขตงาน จำนวนช่องทาง และระบบเดิม ทีมจะแจ้งระยะเวลาพร้อมกับข้อเสนอหลังคุยครั้งแรก

Sales Automation ราคาเท่าไหร่

ราคาขึ้นกับจำนวนช่องทาง ระบบเดิม และขั้นที่ต้องวาง ทีมจะเสนอราคาหลังคุยครั้งแรก เมื่อเห็นเส้นทางลีดจริงแล้ว

อ่านต่อ

AI และระบบขายติดตั้งทีม AI ในองค์กร SME ใช้ AI ทำงานแทนตำแหน่งไหนได้บ้างAI สำหรับธุรกิจ SME ช่วยงานตำแหน่งไหนได้บ้าง ผมแยกทีละงาน ตั้งแต่ทำคอนเทนต์ ร่างคำตอบแชท ตามลูกค้า ทำข้อเสนอ ถึงฝึกทีมขาย พร้อมวิธีเริ่มที่ไม่เสียเงินเปล่าAI และระบบขายEmail Marketing Automation สำหรับธุรกิจไทย ยังได้ผลไหมในยุค LINEEmail marketing ยังได้ผลกับธุรกิจไทยไหมเมื่อลูกค้าอยู่บน LINE ผมเล่าวิธีใช้อีเมลอัตโนมัติคู่กับ LINE ด้วยสูตร Soap Opera Sequence และอีเมลเล่าเรื่องรายวันConsultingThaiตรวจสุขภาพระบบขายของธุรกิจ ทำเองได้ใน 15 นาทียอดขายตกหรือโตช้า ลองตรวจระบบขายด้วยตัวเองใน 15 นาที ไล่ 6 ขั้นตั้งแต่ตลาด ข้อเสนอ จนถึงทีมปิดการขาย หาให้เจอว่ารั่วตรงไหน พร้อมตารางให้คะแนน