วางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ 12 เดือนในยุค AI ทีละขั้น

ปกบทความ วางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ 12 เดือนในยุค AI ทีละขั้น โดยตั้ม กันตวีร์ ConsultingThai

แผนกลยุทธ์ธุรกิจ 12 เดือนที่ใช้ได้จริงในยุค AI ควรสั้นพอให้ทุกคนในทีมจำได้ แบ่งเป็นช่วงที่มีจุดตัดสินใจชัด และเริ่มจากรายได้ใหม่ทางเดียวที่พิสูจน์ได้เร็ว ลำดับที่ผมใช้คือ อ่านสิ่งที่มีอยู่ เลือกทางเดียว พิสูจน์ว่ามีคนจ่าย สร้างระบบขายที่ให้ AI ทำงานซ้ำ แล้วค่อยขยายเฉพาะส่วนที่ได้ผลครับ

ทำไมแผนกลยุทธ์ธุรกิจส่วนใหญ่ไปไม่ถึงเดือนที่ 12

ผมเคยเห็นแผนกลยุทธ์ที่หนาเป็นร้อยหน้า สวยมาก มีกราฟครบ ผ่านไปสามเดือน ไม่มีใครเปิดอ่านอีกเลย

ถ้าไล่ดูว่าแผนพวกนี้ตายตรงไหน ผมเจอสาเหตุซ้ำๆ อยู่ไม่กี่ข้อ

  • เป้าหมายเยอะเกินไป ทุกฝ่ายได้โปรเจกต์ของตัวเอง สุดท้ายไม่มีอะไรไปสุดสักทาง
  • ไม่มีชื่อคนรับผิดชอบ แผนเขียนว่า "บริษัทจะ…" แต่ไม่มีใครเป็นเจ้าของบรรทัดนั้น
  • ไม่มีจุดตัดสินใจ ไม่มีใครกำหนดว่าเดือนไหนต้องดูตัวเลขอะไร และถ้าไม่ผ่านจะทำยังไง
  • แผนไม่มีระบบขายรองรับ มีเป้ายอดขาย แต่ไม่มีข้อเสนอ ไม่มี funnel ไม่มีคนตามลูกค้า

ยุค AI ทำให้เรื่องนี้ชัดขึ้นอีก เพราะการทดสอบไอเดียทำได้เร็วและถูกลงมาก คอนเทนต์ ข้อความโฆษณา หน้าขาย ร่างได้ในไม่กี่ชั่วโมง แผนที่ล็อกทุกอย่างไว้ตั้งแต่ต้นปีจึงเสียเปรียบแผนที่ทดสอบแล้วปรับได้ทุกเดือน

ขั้นที่ 1 (เดือนที่ 1) อ่านตัวเลขและของที่มีอยู่

ก่อนคิดเรื่องใหม่ ให้ดูของเดิมให้ครบก่อนครับ เหมือนหมอที่ต้องตรวจร่างกายก่อนจ่ายยา

ตัวเลขที่ควรดึงออกมาดู

  • ยอดขายแยกตามสินค้าและช่องทาง ย้อนหลังอย่างน้อย 2 ปี
  • ลูกค้ากลุ่มไหนซื้อซ้ำ กลุ่มไหนซื้อครั้งเดียวแล้วหาย
  • ต้นทุนในการได้ลูกค้าใหม่หนึ่งราย
  • margin ของสินค้าแต่ละตัว

จากนั้นเขียนรายการสิ่งที่องค์กรมีอยู่แล้ว ได้แก่ ลูกค้าเดิม ข้อมูล โรงงาน สินค้า ความรู้ แบรนด์ และเครือข่าย แล้ววงข้อที่ยังไม่เคยเอาไปทำเงินทางใหม่ รายได้ขาใหม่ที่ผมเห็นเกิดได้จริงมักซ่อนอยู่ในข้อที่ถูกวงนี่แหละ

ขั้นที่ 2 (ปลายเดือนที่ 1) เลือกทางเดียว และเขียนว่าทางไหนไม่ทำ

นี่คือขั้นที่ยากที่สุด เพราะทุกไอเดียดูดีบนกระดาษ ผมแนะนำให้สรุปทั้งหมดลงกระดาษแผ่นเดียว ที่ผมเรียกว่า Growth Map 1 หน้า

หัวข้อใน Growth Mapสิ่งที่ต้องเขียน
รายได้ใหม่ที่เลือก1 ทาง เขียนให้คนในทีมอ่านแล้วเข้าใจในประโยคเดียว
ลูกค้าเป้าหมายใคร อยู่ที่ไหน มีปัญหาอะไรที่ยอมจ่ายเพื่อแก้
ข้อเสนอขายอะไร ราคาเท่าไหร่ ทำไมคุ้ม
ของเดิมที่ใช้ลูกค้าเดิม ข้อมูล โรงงาน ความรู้ หรือแบรนด์ข้อไหน
สิ่งที่ยังไม่ทำไอเดียที่ตัดออก พร้อมเหตุผลสั้นๆ
ตัวเลขที่ใช้ตัดสินต้นทุนต่อลูกค้า อัตราปิดการขาย หรือยอดสั่งซื้อขั้นต่ำ
เจ้าภาพชื่อคน 1 คน และเวลาที่กันไว้ให้

บรรทัด "สิ่งที่ยังไม่ทำ" สำคัญพอๆ กับบรรทัดแรกครับ เพราะเป็นบรรทัดที่กันทีมไม่ให้แตกแรงไปหลายทาง

ขั้นที่ 3 (เดือนที่ 2) พิสูจน์ว่ามีคนจ่ายจริง

สมัยผมทำอีคอมเมิร์ซ ผมทดสอบตลาดก่อนลงสต็อกเสมอ ยิงแอดงบน้อยๆ ดูว่ามีคนสนใจจริงไหม ค่อยตัดสินใจสั่งของ หลักคิดเดียวกันใช้กับองค์กรได้ แค่ขนาดใหญ่ขึ้น

วิธีพิสูจน์ที่ใช้บ่อย

  • เปิดให้จองล่วงหน้า (presale) กับลูกค้าเดิมกลุ่มเล็ก
  • ทำรายชื่อรอซื้อ (waiting list) แล้วดูว่ามีคนลงชื่อกี่คน จากกี่คนที่เห็น
  • เสนอขายตรงให้ลูกค้าองค์กรที่รู้จักกันอยู่แล้ว 5 ถึง 10 ราย
  • ยิงโฆษณาด้วยงบจำกัด ไปที่หน้าขายง่ายๆ แล้ววัดว่ามีคนทักหรือกรอกฟอร์มเท่าไหร่

ถ้าตัวเลขไม่ผ่านเกณฑ์ที่เขียนไว้ใน Growth Map ก็กลับไปขั้นที่ 2 แล้วเลือกทางถัดไป เสียเงินน้อยแต่ได้ข้อมูลเยอะครับ ผมเขียนวิธีทดสอบตลาดแบบละเอียดไว้ใน เปิดตัวสินค้าใหม่ออนไลน์ ทดสอบตลาดก่อนลงทุนสต็อก

ขั้นที่ 4 (เดือนที่ 3 ถึง 4) สร้างระบบขาย แล้วให้ AI รับงานซ้ำ

พอรู้แล้วว่ามีคนจ่าย ขั้นต่อไปคือทำให้การขายเกิดซ้ำได้โดยไม่ต้องพึ่งเจ้าของทุกครั้ง ระบบขายขั้นพื้นฐานมีประมาณนี้

  1. ข้อเสนอที่ชัด ราคาและสิ่งที่ลูกค้าได้เขียนไว้ตรงกันทุกช่องทาง
  2. ทางเข้าของลูกค้า เช่น โฆษณา คอนเทนต์ ไลฟ์ หรือการแนะนำจากลูกค้าเดิม
  3. ที่เก็บรายชื่อและประวัติการคุย (CRM)
  4. ขั้นตอนตามลูกค้าที่ยังไม่ซื้อ ทางอีเมล LINE หรือโทร
  5. วิธีปิดการขายที่ทีมทำตามได้ มีสคริปต์และคำตอบสำหรับข้อโต้แย้งที่เจอบ่อย

AI เข้ามาช่วยได้มากในขั้นนี้ เช่น ร่างคอนเทนต์และข้อความโฆษณา ร่างคำตอบแชทให้แอดมินตรวจแล้วกดส่ง ตามลูกค้าทางอีเมลและ LINE ร่างใบเสนอราคา หรือช่วยทีมขายเตรียมตัวก่อนคุยกับลูกค้า ผมมอง AI เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ทำงานซ้ำได้ไม่เหนื่อย ส่วนการตัดสินใจว่าจะขายอะไร ให้ใคร ยังเป็นงานของคน ใครอยากเห็นว่าในองค์กรขนาดกลางใช้ AI ทำงานตำแหน่งไหนได้บ้าง อ่านต่อได้ที่ ติดตั้งทีม AI ในองค์กร SME

ขั้นที่ 5 (เดือนที่ 5 ถึง 8) ปรับ แล้วขยายเฉพาะส่วนที่ได้ผล

ช่วงนี้ตัวเลขจากการขายเริ่มเข้ามาแล้ว ให้ดูทุกเดือนว่าช่องทางไหน ข้อความไหน กลุ่มลูกค้าไหน ให้ผลดีที่สุด แล้วเพิ่มงบและคนเฉพาะตรงนั้น

กฎง่ายๆ ที่ผมเขียนไว้ตั้งแต่หนังสือเล่มแรกคือ ใส่งบการตลาดไป 1 ต้องได้กลับมา 2 หรือมากกว่า ถ้าช่องทางไหนยังไม่ถึง ให้ปรับข้อความ กลุ่มลูกค้า หรือข้อเสนอก่อน แล้วค่อยเพิ่มเงินเมื่อตัวเลขขยับ

ขั้นที่ 6 (เดือนที่ 9 ถึง 12) เขียนวิธีทำงาน ส่งต่อทีม และวางแผนปีถัดไป

หน่วยรายได้ใหม่ที่ดีต้องเดินได้โดยไม่ต้องมีคนคนเดียวคอยค้ำ ช่วงท้ายปีจึงใช้ไปกับการเขียนวิธีทำงาน (SOP) ฝึกคนที่จะรับช่วงต่อ และตั้งตัวชี้วัดของปีถัดไปจากตัวเลขที่เก็บมาทั้งปี

ถึงตรงนี้คุณจะมีข้อมูลจริงจากการขาย 9 ถึง 10 เดือน ซึ่งแผนแบบเดิมไม่มี และช่วยให้แผนปีหน้าแม่นขึ้นมาก

ตารางสรุปแผนกลยุทธ์ธุรกิจ 12 เดือน

ช่วงงานหลักตัวเลขที่ต้องดูจุดตัดสินใจ
เดือน 1อ่านตัวเลข เลือกทางเดียว ทำ Growth Mapmargin ต้นทุนต่อลูกค้า ลูกค้าซื้อซ้ำทางไหนคุ้มลงมือที่สุด
เดือน 2presale รายชื่อรอซื้อ ขายตรงลูกค้าเดิมจำนวนคนจอง อัตราตอบรับมีคนจ่ายจริงไหม
เดือน 3 ถึง 4สร้างระบบขาย ใช้ AI กับงานซ้ำต้นทุนต่อลีด อัตราปิดการขายระบบขายเดินได้ไหม
เดือน 5 ถึง 8ปรับข้อความ ช่องทาง เพิ่มงบเฉพาะที่ได้ผลผลตอบแทนต่องบการตลาดขยายแค่ไหน
เดือน 9 ถึง 12เขียน SOP ฝึกทีม ตั้งเป้าปีหน้ายอดขายรวมของหน่วยใหม่ไปต่อ ขยาย หรือปรับทิศ

ใครควรเป็นเจ้าของแผนนี้

แผนจะเดินได้ต้องมีคนรับผิดชอบทั้งเส้นครับ ตั้งแต่เลือกทางจนถึงวันที่ขายได้ ในบริษัทเล็ก คนนั้นมักเป็นเจ้าของ ในองค์กรที่มีทีมแล้ว การให้เจ้าของถือเองทั้งหมดมักทำให้แผนสะดุดเมื่อมีเรื่องด่วนเข้ามา

ทางหนึ่งที่หลายองค์กรเลือกคือมีหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์แบบไม่ต้องจ้างประจำ ผมอธิบายบทบาทนี้ไว้เต็มๆ ใน Fractional CSO คืออะไร ที่ ConsultingThai เราทำงานในรูปแบบนี้ผ่านบริการหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ (CSO) ประจำองค์กร ผมเข้าไปนั่งเป็นหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ให้เอง ใน 30 วันแรกคุณได้ Growth Map 1 หน้ากับ roadmap 90 วันกลับไปเสมอ แล้วทีม implement ลงมือสร้างระบบขายต่อร่วมกับทีมของคุณ

อยากให้ทีมช่วยดูแผนของคุณ

ถ้าคุณลองทำขั้นที่ 1 และ 2 แล้ว แต่ยังเลือกไม่ได้ว่าทางไหนคุ้มที่สุด หรือมีทางที่เลือกแล้วแต่ไม่มีคนในทีมว่างพอจะถือ ลองเข้าไปดู Case Study ที่หน้าหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ (CSO) ประจำองค์กร ก่อนครับ

ดูจบแล้วถ้าอยากคุยต่อ กด "นัดหมายพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญ" ตอบคำถามสั้นๆ แล้วเลือกเวลา ทีมจะโทรหาคุณ 30 นาทีเพื่อดูว่ารายได้ใหม่ขององค์กรคุณควรเริ่มตรงไหน ถ้ายังไม่ถึงจังหวะ เราจะบอกตรงๆ

คำถามที่พบบ่อย

แผนกลยุทธ์ธุรกิจควรยาวกี่หน้า

ส่วนที่ทีมใช้ทุกวันควรจบในหน้าเดียว เช่น Growth Map 1 หน้า ส่วนรายละเอียดอื่นเก็บเป็นเอกสารประกอบได้ แผนที่ยาวเกินไปมักไม่มีใครเปิดอ่านหลังเดือนแรก

ทำไมต้องเลือกรายได้ใหม่แค่ทางเดียว

เพราะคนและงบมีจำกัด การลองหลายทางพร้อมกันทำให้ไม่มีทางไหนได้แรงพอจะพิสูจน์ผล พอทางแรกเดินได้แล้วค่อยเพิ่มทางที่สอง

AI ช่วยวางแผนกลยุทธ์ได้ไหม

AI ช่วยสรุปข้อมูล ร่างคอนเทนต์ และเร่งการทดสอบได้มาก แต่การเลือกว่าจะไปทางไหนและยอมไม่ทำอะไร ยังต้องเป็นการตัดสินใจของผู้บริหาร

ควรทบทวนแผนบ่อยแค่ไหน

ดูตัวเลขทุกเดือน และมีจุดตัดสินใจใหญ่ตามช่วงในตาราง ถ้าตัวเลขไม่ผ่านเกณฑ์ ให้หยุดหรือปรับทันที ไม่ต้องรอสิ้นปี

ถ้าไม่มีทีมว่างพอทำตามแผน ทำยังไง

ตั้งเจ้าภาพ 1 คนพร้อมกันเวลาให้ชัด หรือใช้คนนอกที่รับผิดชอบทั้งเส้น เช่นหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์แบบ Fractional ที่มีทีมลงมือให้ด้วย

อ่านต่อ

หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ (CSO)Fractional CSO คืออะไร หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ที่องค์กรไม่ต้องจ้างประจำFractional CSO คือหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ที่เข้ามานั่งในองค์กรโดยไม่ต้องจ้างประจำ ดูว่าทำอะไร ต่างจากที่ปรึกษาตรงไหน เหมาะกับองค์กรแบบไหน และ 30 วันแรกได้อะไรหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ (CSO)7 สัญญาณว่าธุรกิจคุณต้องมีหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ เมื่อธุรกิจเริ่มโตช้าธุรกิจโตช้า ทำยังไงดี เช็ก 7 สัญญาณว่าองค์กรของคุณถึงเวลาต้องมีหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ (CSO) หรือยัง พร้อมตารางเช็กตัวเองและสิ่งที่ทำได้ทันทีถ้ายังไม่พร้อมจ้างAI และระบบขายติดตั้งทีม AI ในองค์กร SME ใช้ AI ทำงานแทนตำแหน่งไหนได้บ้างAI สำหรับธุรกิจ SME ช่วยงานตำแหน่งไหนได้บ้าง ผมแยกทีละงาน ตั้งแต่ทำคอนเทนต์ ร่างคำตอบแชท ตามลูกค้า ทำข้อเสนอ ถึงฝึกทีมขาย พร้อมวิธีเริ่มที่ไม่เสียเงินเปล่า